10 ข้อควรระวังในการใช้ Social Network Services เช่น Facebook Twitter ให้มั่นใจและปลอดภัย
ใน ปัจจุบันการใช้ Social Network นับเป็นการสื่อสารหรือสังคมออนไลน์ที่เริ่มมีความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้นการใช้สื่อหรือเครื่องมือในการสื่อสารประเภทนี้ จึงอาจต้องมาเหลียวหน้าเหลียวหลังดูกันว่า เราควรใช้กันอย่างไรถึงจะปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนบ้านเราท่านหนึ่ง ในช่วงหยุดหลาย ๆ วันนี้จะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด จึงได้โพสต์บอกเพื่อน ๆ ที่สนิทในวงสนทนาออนไลน์ซะหน่อยจะได้รู้ ๆ กัน แถมช่วงไปเที่ยวก็ยังโพสต์รูปมาโชว์ให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มให้เป็นที่อิจฉากัน ผลปรากฎว่าหลังกลับจากพักผ่อนหลายวันครั้งนี้ เพื่อนบ้านเราท่านนี้แทบจะเป็นลมเมื่อพบว่าบ้านถูกงัด ยกเค้าซะเรียบวุธ แถมพอนึกย้อนตนเองยังมีหน้าไปโพสต์บอกขโมยหรือโจรที่จ้องจะเข้างัดบ้าน ให้เข้ามาได้ถูกช่วงถูกเวลาซะอีก นึกแล้วเจ็บใจ ฉบับบนี้เราจะมาพูดกันถึง 10 ข้อ หลัก ๆ ควรระวังในการใช้สื่อหรือเครื่องมือประเภทสังคมออนไลน์ เช่น facebook, twitter หรืออื่น ๆ
1.ถ้ารักจะใช้ Social Network ก็ไม่ควรระบุ ข้อมูลส่วนตัวให้แสดงเกินความจำเป็น เช่น ว/ด/ป สถานที่เกิด เป็นต้น
ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญเหล่านี้ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการระบุตัวตนที่สำคัญอันหนึ่งทีเดียว บางคนอาจลงเพื่อให้เพื่อนรู้วันเกิดของเราและรู้สึกดีใจที่เพื่อน ๆ มาอวยพรวันเกิดให้เรา แม้จะอยู่ไกลกันคนละประเทศก็ตาม แต่ตรงนี้ควรพึงระวังอย่างยิ่ง มีผลดีก็ย่อมมีผลเสียไปในตัวพร้อม ๆ กัน ถ้าจำกันง่าย ๆ เวลาเขา verify หรือตรวจสอบตัวตนของเจ้าของบัตรเครดิต เวลาขอวงเงินเพิ่ม ขออนุมัติในการทำสิทธิต่าง ด้านธุรกรรมบัตรเครติด จะได้ยินเจ้าหน้าที่ถามกันบ่อย คือ ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปี เกิด เปิดบัญชีธนาคารกับธนาคารหรือไม่ ลองคิดดูสิครับ หากมีคนเก็บบัตรเราไปแล้วสวมสิทธ์ เพราะการเซ็นต์ชื่ออย่างที่เราทราบกัน สามารถปลอมแปลงกันได้แถมยังไม่ใคร่ใส่ใจเวลาเราเซ็นต์ชื่อกันเท่าไร ก็ลองคิดภาพต่อสิครับ มีรายงานจากสถาบัน Carnegie Mellon ได้ให้ข้อคิดว่าหากเราเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ก็เท่ากับเราเปิดประตูการเข้าถึงธุรกรรมด้านการเงินของบุคคลคนนั้นไปค่อนตัวแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือเมื่อระบุ วันเดือน ปี เกิด เด็ก ๆ วัยรุ่นที่มีอายุน้อย ๆ ก็จะสามารถถูกล่อลวงได้ง่ายและเป็นจุดสนใจที่มิจฉาชีพสนใจ
2.วางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน อย่าง ไร เมื่อไร ไม่จำเป็นต้องบอกหรือแสดงเอาไว้ใน Wall หรือ New Feed
เมื่อไรก็ตามจะเดินทางไปพักผ่อนไม่ว่าไกลแค่ไหน ก็ไม่ควรเสนอข้อมูลล่วงหน้าไว้ให้ผู้ที่ไม่หวังดีกับเรา ได้รับทราบและวางแผนมาทำร้ายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของเรา เช่น “วันนี้ ไม่อยู่ ลาหยุดไปพักผ่อนกับครอบครัว ในวันสบาย ๆ กลับ 14 ธค. 53 นะค่ะ เพื่อน ๆ ” เท่านี้ก็รู้แล้ว ว่าเจ้าของบัญชีผู้ใช้นี้ไม่อยู่บ้าน ซึ่งบางครั้งมีถ่ายรูปในบ้าน สิ่งของต่าง ๆ ไว้ หรือมีของดีที่เอามาอวด มาโชว์ไว้ในเว็บ ก็เป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจให้มิฉาชีพที่ไม่หวังดีกับเราติดตามพฤติกรรมของเราได้
3.ที่อยู่ บ้านที่ทำงาน ต่าง ๆ ไม่ควรนำมาแสดงไว้
ตรงไปตรงมาเลยครับ ถ้าคุณน้อยหน่า หน้าหว๊าน หวาน โพสต์ ไว้ว่า “ อาทิตย์นี้มาที่ลั้นลากันที่สมุย มาเลย ฟ้า สวย น้ำใส” หากผมเป็นโจรก็จะรู้เลยว่าคุณน้อยหน่าหน้า หว๊าน หวาน ไม่อยู่บ้านราวหนึ่งสับดาห์ แหมแถมยังระบุที่อยู่ไว้ให้เราอีก คิดดูครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา ดังนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะระบุที่อยู่โดยละเอียดไว้ในสื่อประเภทนี้ ซื้อบ้านซื้อคอนโด ด้วยความดีใจถ่ายพื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านมาให้เพื่อน ๆ ดูและดีใจ แต่ระวังว่าอาจนำไปสู่ช่องทางการเข้าถึงภายในบ้านแบบไม่รู้ตัวด้วยนะครับ จะโพสต์อะไรก็ต้องคิดกันนิดนึงครับ
4.ความเสี่ยงด้านพฤติกรรมทางสังคม
ข้อนี้อาจมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ความเสี่ยงทางด้านพฤติกรรมทางสังคมบางครั้งผลกระทบจะกระทบต่อลูกหลาน เพื่อนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตนเอง เช่น การลงข้อความความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เหล้า บุหรี แม้ในโทรทัศน์จะมีการแบนด์กันให้เห็น แต่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ยังไม่มีให้เห็น ดังนั้นข้อเสียคือการโฆษณาโดยไม่มีการควบคุม เด็กหรือวัยรุ่นอาจเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ ว่า สุรา เบียร์ บุหรี่ ยี่ห้อนี้ดีนะ อยากทดลองดูบ้าง อีกข้อหนึ่งซึ่งเริ่มมีตัวอย่างให้เห็นในต่างประเทศ มาเป็นบทเรียนให้เรารู้เท่าทันคือในเมื่อเราโพสต์ในเรื่อง ความเสี่ยงด้านพฤติกรรม บริษัทประกันสุขภาพหลาย ๆ บริษัทที่เราส่งเบี้ยประกันอยู่ จะขยันเข้ามาเก็บความเสี่ยงด้านพฤติกรรม ที่ผลต่อโรคต่าง ๆ ที่ผู้เอาประกันทำไว้ ทำให้ไม่สามารถเคลมประกันที่ตนเองส่งไว้ หรือถูกบริษัทประกันสุขภาพยกเลิกกรมทัณฑ์ประกันชีวิตประเภทนั้น ๆ ไป เนื่องจากตนเองได้สร้างหลักฐานด้านความเสี่ยงต่าง ๆ และเปิดเผยต่อสาธารณะไว้โดยไม่รู้ตัว
5.อย่าลืมว่าเมื่อเราสร้างบัญชีผู้ใช้ เท่ากับว่าเราให้ Password Clues ไปโดยไม่รู้ตัว
ทุกครั้งที่เราสร้างบัญชีขึ้นใหม่ อย่าลืมว่าพาสเวิร์ดที่เราตั้ง มักจะมีตัวช่วยในการจำ บางครั้งการเลือกใช้ สื่อสังคมออนไลน์นั้นอาจต้องเลือกชุมชนที่มีความปลอดภัย ไว้เนื้อ เชื่อใจ เพราะพาสเวิร์ดหนึ่งอันที่เราสร้าง จะเป็นตัวคาดเดารหัสความปลอดภัยในธุรกรรมอื่น ๆ ที่ซับซ้อนกว่าของเราได้โดยไม่ยากเท่าไร ดังนั้นควรรู้จักเลือกและใช้อย่างมีวิจารณญาณ
6.ที่จอดรถหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำเป็นประจำไม่ควรมาเผยแพร่ไว้
แน่นอนภัยร้าย เกิดได้ตลอดแต่ถ้าเราลดแหล่งข้อมูลที่สื่อออกไปลงบ้าง ชีวิตเราจะปลอดภัยมากขึ้น ทุกอย่างที่เราโพสต์เท่ากับเราบอกนิสัยของเราเข้าไปในสื่อเหล่านี้ ผู้ติดตามสามารถเฝ้าดูกิจกรรมของเรา หากจะโจรกรรมทรัพย์สิน รถหรือของมีค่าต่าง ๆ สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ประจำได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยที่เราอาจคลาดไม่ถึงทีเดียว บางครั้งปิดตัวเองในบางเรื่องหรือบางโอกาสก็จะสร้างความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากขึ้น Charles Pavelites, ผู้ชำนาญการพิเศษของหน่วยงาน ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากอาชญากรรมทางอินเตอร์เนต ได้ยกตัวอย่างเช่น มีเด็กคนหนึ่งมักจะบอกว่า "แม่กำลังจะกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวฉันจะต้องไปล้างจาน" มักจะบอกทุก ๆ วัน ในเวลาเดิมเสมอ มันเป็นการบอกเวลาที่ชัดเจนมาก เกี่ยวกับการเดินทางไปกลับของผุ้ปกครอง
7.นำเรื่องขององค์กร บริษัท ข้อมูลทางการเงินไปโพสต์ไว้ในสังคมออนไลน์
หากมีการโพสต์ บ่น เกี่ยวกับการทำงาน โดยไม่จำเป็น ต้องระวังนะครับ เพราะหัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลของราได้จากการที่เราเพิ่มเพื่อนโดยไม่ระมัดระวัง เพราะความลับไม่มีในโลก ดังนั้นโพสต์เท่าที่จำเป็นจะปลอดภัยกว่า
8.ไม่ระบุชื่อบุตรหลาน ระบุภาพหรือติด tag ในรูปภาพมากเกินไป
อาจทำให้สามารถเข้าถึงญาติสนิทมิตรสหายส่วนตัวของคุณได้โดยง่าย อันสร้างความไม่ปลอดภัยขึ้นในครอบครัวโดยไม่ได้ตั้งใจได้ ลด tag ลงบ้างจะปลอดภัยกว่านะครับ
9.การตั้งความเป็นส่วนตัว และการปล่อยให้ Facebook ค้นหาพบคุณได้จำกัดลงบ้าง
เพื่อป้องกันคนแปลกหน้าเข้าถึงหน้าข้อมูลของคุณ ให้ไปที่การค้นหาของ Facebook ให้เข้าไปตั้งที่ข้อมูลส่วนตัวและเลือกเฉพาะเพื่อนเท่านั้น ดังนั้นเพื่อนเท่านั้นที่จะค้นพบข้อมูลดังกล่าวและให้มั่นใจว่ากล่องข้อมูลสาธารณะไม่ได้ระบุให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
10.ไม่ควรให้เด็กใช้ Facebook โดยไม่ตรวจสอบควบคุม
แม้ว่า Facebook จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบสามขวบหรือยังไม่ถึงเกณฑ์ใช้งาน แต่หลายครั้งเด็ก ๆ ก็ทำการปลอมอายุเข้าไปใช้ได้ ถ้าคุณมีเด็กหรือวัยรุ่นในความปกครอง หากควบคุมไม่ได้ การใช้ Facebook วิธีการที่ดีที่สุดในกรณีนี้คือ ใช้เพื่อการตรวจสอบและควบคุมที่ดี ก็คือการที่คุณเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มเพี่อนของเขา หรือให้ใช้ email ของคุณแทนในการติดต่อระหว่างบัญชีของเขา เพื่อที่คุณจะได้รับข้อความหรือตรวจสอบการใช้งานของบุตรหลานได้อย่างต่อเนื่อง
สิบข้อเหล่านี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย ๆ และหยิบยกมาเตือนชุมชนเครื่อข่ายสังคมออนไลน์ที่นิยมกันใช้กันมากในปัจจุบัน หากเราจะรับเพื่อนเพิ่มขอให้เช็คเสียก่อนให้ดี ๆ ว่าเป็นกลุ่มเราหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่รูปร่างหน้าตาดีก็เพิ่มเข้ามา อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราส่งข่าวหรือโพสต์ข้อความ พึงระลึกว่าความเป็นส่วนตัวของเราก็จะน้อยลง ๆ ทุก ๆ นาที
อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
อาจารย์, ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MSc. In ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University
http://www.ra.mahidol.ac.th
Clinical Epidemiology and basics of Biostatistics knowledge in Practical Perspective & Knowledge Sharing Blog
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศักดา อาจองค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศักดา อาจองค์ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ประวัติที่มาที่ไปของสัญญลักษณ์ที่เราพบบ่อย ๆ ในทางไอที
ที่มาที่ไปของสัญญลักษณ์ที่เราพบบ่อย ๆ ในทางไอที
จะมากล่าวถึงสัญญลักษณ์หลายอันที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันในยุคที่ไอทีเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างมากมาย ว่าเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์เหล่านี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งคาดว่าหลาย ๆ คนอาจไม่ทราบ ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไปเสมอครับ ที่มาอาจจะเกิดจากการตั้งใจออกแบบเพื่อให้ใช้โดยตรง เกิดจาการหลีกหนีความจำเจที่พบอยู่ทุกวัน หรือมีที่มาโดยบังเอิญ หรืออาจไม่มีที่มาที่ไปเลยก็ได้ครับ ซึ่งต้องขอบอกที่มาบางอันอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ จะกล่าวให้เรารู้เป็นความรู้ทั่วไปสักห้าหรือหกสัญญลักษณ์เอาไว้เล่าหรือทายเพื่อน ๆ ร่วมงานหรือเอาไว้สอนเด็ก ๆ ในบ้านกันได้เลยนะครับ..
1.สัญญลักษณ์ Power.


สัญญลักษณ์นี้น่าขำที่ครั้งแรกเคยใช้เป็นสัญลักษณ์ของซองห่อถุงยางอนามัยของนิวยอร์ค (มีความหมาย คล้ายการมีพลังในการมีเพศสัมพันธุ์- as your power in bed symbol) หรือแม้กระทั่งถูกนำมาสกรีนบนเสื้อยืด และเมื่อนานมาแล้วในสมัยครั้งในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น วิศวกรท่านหนึ่งเอามาใช้แทนปุ่มเปิดปิด สำหรับสวิทช์ ซึ่งสัญลักษณ์จะมี “ศูนย์”กับ”หนึ่ง”ซ้อนกันอยู่ หนึ่งหมายถึงเปิด ศูนย์หมายถึงปิด ปี 2516 องค์กรนานาชาติ International Electrotechnical Commission ได้ปรับเปลี่ยนสัญลักษณืนิดหน่อยโดยการทำให้วงกลมแยกออกและใส่เส้นไว้ข้างในดังรูป เป็นการบอกว่ามีการเปิดวงจรไฟฟ้าอยู่ (standby power state) และก็ใช้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน จนกระทั่ง IEEE (ไอ-ทริป-เปิ้ล-อี) ได้มาสร้างเป็นมาตรฐานสัญลักษณ์ดังในปัจจุบัน
2.สัญญลักษณ์ Command
สัญลักษณ์นี้มีที่มาตรงที่ถ้าเราพอนึกออกในสถานะของวินโดว์ ก็มีปุ่มคล้าย ๆ กันแบบนี้แต่เป็นปุ่มเครื่องหมายวินโดว์(บานหน้าต่างเล็ก ๆ) แทน เนื่องมาจากอีตาสตีฟ จ๊อบ ผุ้บริหารของ Mc Intoch แกเป็นโรคขี้เบื่อเครื่องหมายลูกแอ๊ปเปิ้ล เพราะแสนจะเยอะไปหมดในผลิตภัณฑ์ของเขา ทีมงานของเขาจึงได้เลือกเอาสัญลักษณ์ รูปของต้นไม้หรือพรรณพืช ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เราเรียกว่า Gorgon loop หรือ infinite loop นั่นเอง ดังที่เราเห็นสัญลักษณ์คำสั่งนี้ (Command) บนเครื่องแมคอินท๊อชมาจวบจนถึงปัจจุบัน
3.สัญญลักษณ์ Bluetooth
ที่มาจากเรื่องเล่าในศตวรรษที่ 10 กษัตริย์ของเมืองแดนิส (Danish) ชื่อ Harald Blåtandนั้นมีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญเกียวกับเรื่องของ blueberry ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแกชอบกินหรือยังไงไม่ทราบเหมือนกัน แต่กล่าวกันว่าฟันอย่างน้อยซี่หนึ่งของเขามีสีน้ำเงินเคลือบติดแน่นอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเอามาโยงกันยังไงเหมือนกัน แต่ที่รู้พอดีกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ได้เริ่มผลิตออกมา ซึ่งตอนแรกมีลักษณะคล้าย ๆ ซี่ของฟันจริง ๆ ("teeth-like" shape) และแถมเป็นสีน้ำเงินอีกด้วย พอช่วงหลัง ๆ อุปกรณ์ชนิดนี้ถูกวางมาตรฐานให้ใช้ได้ร่วมกันในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งใน นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก จึงมีชื่อเรียกและใช้สัญลักษณ์ที่มองดูคล้าย ๆ รากฟันสีน้ำเงินมาจนถึงปัจจุบัน
4.สัญญลักษณ์ USB

เครื่องหมาย USB นั้นถ้าให้ทายกันคงคิดไม่ถึง แต่ก็เชื่อว่าทุกคนของบอกว่าช่างคิดจริง ๆ ลักษณะของสัญญลักษณ์ USB ถูกออกแบบให้คล้ายกับลักษณะของ สามง่ามของเทพโพไซดอน เสมือนการเชื่อมต่อได้หลาย ๆ ทาง ได้มีการพยายามออกแบบให้สื่อความหมายมากขึ้น โดยปลายต่อสามอันภายนอกเดิมจะเป็นปลายแหลม จึงได้ประยุกต์ออกแบบให้เป็นรูปแบบสามเหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง วงกลม เพื่อการสื่อความหมายว่าสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนปลายได้หลาย ๆ มาตรฐานนั่นเองและยังคงใช้เป็นมาตรฐานมาถึงทุกวันนี้เช่นกัน
5.สัญญลักษณ์ Play/Pause



ไม่ใช่เครื่องหมายที่อยู่บนคีย์บอร์ดโดยตรง โดยปกติจะอยู่บนเครื่องเล่นมีเดียชนิดต่าง ๆ ในการเล่นไฟล์เสียงหรือวิดีโอ ส่วนเครื่องหมาย pause นั้นน่าสนใจเพราะได้แนวความคิดในการออกแบบมาจาก เครื่องหมายทางดนตรี (musical notation) ที่มีชื่อว่า caesura เป็นการบอกว่าหยุดชั่วขณะหนึ่ง
6.สัญญลักษณ์ @ (at)
At or Ah @, สัญลักษณ์ที่มาแรงแซงโค้ง เรียกว่าใครเล่นอินเตอร์เน๊ต มีอีเมลล์ต้องรู้จัก บางทีที่เครื่องหมายนี้รู้จักกันไปทั่วในเวลาสั้น ๆ อาจเป็นเพราะที่มาที่มีความไม่ชัดเจนของเครื่องหมายนี้เอง ซึ่งรู้จักกันหลาย ๆ ชื่อ หลาย ๆ ลักษณะ แตกต่างกันไปในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เรียกสัญลักษณ์นี้ว่า the snail (หอยทาก), ในจีนเรียกว่า little mouse(หนู) และในเยอรมันเรียก monkey's tail (หางลิง) ซึ่งแล้วแต่ใครจะจินตนาการ บางคนเชื่อว่า @ เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่หก เมื่อพวกพระในอดีตสร้างคำว่า ad ในภาษาละติน (ซึ่งเป็นการบอกปี คริสตกาล) แต่ก็กลัวจะสับสนกับคำว่า "at" หรือ "toward" บางคนกล่าวว่าเป็นการออกแบบให้กับ Anno Domini หรือ ปีหลังการตายของพระเยซูคริสต์ (the years after the death of Christ).
อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS.ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University
จะมากล่าวถึงสัญญลักษณ์หลายอันที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันในยุคที่ไอทีเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างมากมาย ว่าเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์เหล่านี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งคาดว่าหลาย ๆ คนอาจไม่ทราบ ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไปเสมอครับ ที่มาอาจจะเกิดจากการตั้งใจออกแบบเพื่อให้ใช้โดยตรง เกิดจาการหลีกหนีความจำเจที่พบอยู่ทุกวัน หรือมีที่มาโดยบังเอิญ หรืออาจไม่มีที่มาที่ไปเลยก็ได้ครับ ซึ่งต้องขอบอกที่มาบางอันอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ จะกล่าวให้เรารู้เป็นความรู้ทั่วไปสักห้าหรือหกสัญญลักษณ์เอาไว้เล่าหรือทายเพื่อน ๆ ร่วมงานหรือเอาไว้สอนเด็ก ๆ ในบ้านกันได้เลยนะครับ..
1.สัญญลักษณ์ Power.


สัญญลักษณ์นี้น่าขำที่ครั้งแรกเคยใช้เป็นสัญลักษณ์ของซองห่อถุงยางอนามัยของนิวยอร์ค (มีความหมาย คล้ายการมีพลังในการมีเพศสัมพันธุ์- as your power in bed symbol) หรือแม้กระทั่งถูกนำมาสกรีนบนเสื้อยืด และเมื่อนานมาแล้วในสมัยครั้งในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น วิศวกรท่านหนึ่งเอามาใช้แทนปุ่มเปิดปิด สำหรับสวิทช์ ซึ่งสัญลักษณ์จะมี “ศูนย์”กับ”หนึ่ง”ซ้อนกันอยู่ หนึ่งหมายถึงเปิด ศูนย์หมายถึงปิด ปี 2516 องค์กรนานาชาติ International Electrotechnical Commission ได้ปรับเปลี่ยนสัญลักษณืนิดหน่อยโดยการทำให้วงกลมแยกออกและใส่เส้นไว้ข้างในดังรูป เป็นการบอกว่ามีการเปิดวงจรไฟฟ้าอยู่ (standby power state) และก็ใช้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน จนกระทั่ง IEEE (ไอ-ทริป-เปิ้ล-อี) ได้มาสร้างเป็นมาตรฐานสัญลักษณ์ดังในปัจจุบัน
2.สัญญลักษณ์ Command
สัญลักษณ์นี้มีที่มาตรงที่ถ้าเราพอนึกออกในสถานะของวินโดว์ ก็มีปุ่มคล้าย ๆ กันแบบนี้แต่เป็นปุ่มเครื่องหมายวินโดว์(บานหน้าต่างเล็ก ๆ) แทน เนื่องมาจากอีตาสตีฟ จ๊อบ ผุ้บริหารของ Mc Intoch แกเป็นโรคขี้เบื่อเครื่องหมายลูกแอ๊ปเปิ้ล เพราะแสนจะเยอะไปหมดในผลิตภัณฑ์ของเขา ทีมงานของเขาจึงได้เลือกเอาสัญลักษณ์ รูปของต้นไม้หรือพรรณพืช ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เราเรียกว่า Gorgon loop หรือ infinite loop นั่นเอง ดังที่เราเห็นสัญลักษณ์คำสั่งนี้ (Command) บนเครื่องแมคอินท๊อชมาจวบจนถึงปัจจุบัน3.สัญญลักษณ์ Bluetooth
ที่มาจากเรื่องเล่าในศตวรรษที่ 10 กษัตริย์ของเมืองแดนิส (Danish) ชื่อ Harald Blåtandนั้นมีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญเกียวกับเรื่องของ blueberry ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแกชอบกินหรือยังไงไม่ทราบเหมือนกัน แต่กล่าวกันว่าฟันอย่างน้อยซี่หนึ่งของเขามีสีน้ำเงินเคลือบติดแน่นอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเอามาโยงกันยังไงเหมือนกัน แต่ที่รู้พอดีกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ได้เริ่มผลิตออกมา ซึ่งตอนแรกมีลักษณะคล้าย ๆ ซี่ของฟันจริง ๆ ("teeth-like" shape) และแถมเป็นสีน้ำเงินอีกด้วย พอช่วงหลัง ๆ อุปกรณ์ชนิดนี้ถูกวางมาตรฐานให้ใช้ได้ร่วมกันในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งใน นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก จึงมีชื่อเรียกและใช้สัญลักษณ์ที่มองดูคล้าย ๆ รากฟันสีน้ำเงินมาจนถึงปัจจุบัน4.สัญญลักษณ์ USB

เครื่องหมาย USB นั้นถ้าให้ทายกันคงคิดไม่ถึง แต่ก็เชื่อว่าทุกคนของบอกว่าช่างคิดจริง ๆ ลักษณะของสัญญลักษณ์ USB ถูกออกแบบให้คล้ายกับลักษณะของ สามง่ามของเทพโพไซดอน เสมือนการเชื่อมต่อได้หลาย ๆ ทาง ได้มีการพยายามออกแบบให้สื่อความหมายมากขึ้น โดยปลายต่อสามอันภายนอกเดิมจะเป็นปลายแหลม จึงได้ประยุกต์ออกแบบให้เป็นรูปแบบสามเหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง วงกลม เพื่อการสื่อความหมายว่าสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนปลายได้หลาย ๆ มาตรฐานนั่นเองและยังคงใช้เป็นมาตรฐานมาถึงทุกวันนี้เช่นกัน
5.สัญญลักษณ์ Play/Pause



ไม่ใช่เครื่องหมายที่อยู่บนคีย์บอร์ดโดยตรง โดยปกติจะอยู่บนเครื่องเล่นมีเดียชนิดต่าง ๆ ในการเล่นไฟล์เสียงหรือวิดีโอ ส่วนเครื่องหมาย pause นั้นน่าสนใจเพราะได้แนวความคิดในการออกแบบมาจาก เครื่องหมายทางดนตรี (musical notation) ที่มีชื่อว่า caesura เป็นการบอกว่าหยุดชั่วขณะหนึ่ง
6.สัญญลักษณ์ @ (at)
At or Ah @, สัญลักษณ์ที่มาแรงแซงโค้ง เรียกว่าใครเล่นอินเตอร์เน๊ต มีอีเมลล์ต้องรู้จัก บางทีที่เครื่องหมายนี้รู้จักกันไปทั่วในเวลาสั้น ๆ อาจเป็นเพราะที่มาที่มีความไม่ชัดเจนของเครื่องหมายนี้เอง ซึ่งรู้จักกันหลาย ๆ ชื่อ หลาย ๆ ลักษณะ แตกต่างกันไปในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เรียกสัญลักษณ์นี้ว่า the snail (หอยทาก), ในจีนเรียกว่า little mouse(หนู) และในเยอรมันเรียก monkey's tail (หางลิง) ซึ่งแล้วแต่ใครจะจินตนาการ บางคนเชื่อว่า @ เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่หก เมื่อพวกพระในอดีตสร้างคำว่า ad ในภาษาละติน (ซึ่งเป็นการบอกปี คริสตกาล) แต่ก็กลัวจะสับสนกับคำว่า "at" หรือ "toward" บางคนกล่าวว่าเป็นการออกแบบให้กับ Anno Domini หรือ ปีหลังการตายของพระเยซูคริสต์ (the years after the death of Christ).อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS.ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






