แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

Note-O-Rama โน๊ตย่อชั้นเซียนสำหรับหนอนหนังสือที่ชอบอ่านบทความผ่านเว็บไซต์

ฉบับนี้ขอนำเสนอ Add-ons ในโปแกรมจิ้งจอกไฟ (Firefox Browser) สำหรับช่วยพวกเราในการอ่านและเก็บใจความสำคัญ โดยวิธีไฮไลต์เนื้อหา คล้ายเวลาเราอ่านหนังสือแล้วเอาปากกาสะท้อนแสงขีด เพื่อไว้ทบทวน แต่ Add-ons Note-O-Rama นั้น ต่อยอดให้อีกโดยสามารถ Extract เนื้อหาที่เรา Highlight ไปสร้างเป็นโน๊ตย่อให้ใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการทบทวนภายหลัง ซึ่งสาวกจิ้งจอกไฟคงเฮ !!! เนื่องจากมี Add-ons ที่มีประโยชน์มาให้กันบ่อย ๆ ส่วนกลุ่ม IE Browser คงต้องรอไปก่อน แต่ไม่แน่ว่า IE 9 Browser ที่กำลังออกใหม่ อาจจะตอบโจทย์ข้อนี้ก็ได้ นะครับ

1) ขั้นต้นต้องเข้าใจก่อนว่า เราต้องใช้ Browser เป็น Firefox Browser เท่านั้น (สามารถไป download ได้ที่ link ใน: http://arjong.blogspot.com หรือที่ webside ของ firefox.com โดยตรงเลยก็ได้ครับ) หลังจาก download มาก็ลง install ตามขั้นตอนง่าย ๆ ตามที่โปรแกรมบอกขั้นตอนได้เลยครับ

2) สำหรับ Note-O-Rama นั้นเป็น Add-ons ของ FireFox Browser ครับ ในขณะนี้ ยังเป็น Experimental Add -ons โดยคนพัฒนาคือนาย Stephen butterfill ครับ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับรามาธิบดีเราแต่ประการใด ทั้งที่ชื่อ คล้าย ๆ กัน แต่ก็สามารถใช้ได้ดีครับถึงจะเป็นขั้นทดลอง เราสามารถ Download ตามขั้นตอนดังนี้

รูป 1 : ไปที่เมนูของ FireFox ไปที่ Tools แล้วเลือก Add-ons

รูป 2 : ไปที่ Get Add-ons ค้นหา “Note-O-Rama” แล้วนั่งรอครับ

รูป 3 : เป็นรูปของนาย Stephen Butterfill คนที่พัฒนา Add-ons ตัวนี้

รูป 4 : นั่งรอมาพักใหญ่ ก็จะขึ้นมาให้แสดงให้เราเพิ่ม Add-ons เราก็ดูว่ามัน Compatible กับ FireFox เวอร์ชั่นไหนบ้าง และ Add-ons นี้ ยังเป็นขั้นทดลองแต่ก็ใช้ได้ดีทีเดียวเพราะพัฒนามาราว 5 ปี แล้ว ก็ click ที่ Let me install Experimental Add-on เท่านั้นมาจะเข้าไปเป็น Add-ons ของ FireFox Browser อัตโนมัติ

3) ขั้นต่อไปให้เข้าไปลงทะเบียนก่อน(ต้องต่ออินเตอร์เน็ต) เพื่อใช้เป็นที่เก็บแหล่งข้อมูลที่เราอ่านแล้วย่อไว้ โดยเข้าไปที่ http://notes.note-o-rama.com/signup แล้วทำการลงทะเบียนครับตามเงื่อนไขง่าย ๆ

รูป 5: หน้า Webpage ในตอนลงทะเบียน Register เพื่อใช้สร้างแหล่งเก็บข้อมูลย่อ

4) บน Sub-Menu Bar หลังเรา Add-ons สำเร็จจะเห็น edit tag ที่สามารถเพิ่มและเลือกสี Highlight ให้เราแยกหมวดหมู่ได้ แต่คนที่ขี้เกียจแยกก็อาจไม่ต้อง เพิ่มเข้าไปก็ได้ครับ เพราะอาจงง

รูป 6 : แสดงแถบ Highlight ของ Note-O-Rama และข้าง ๆ ที่เห็นคล้าย ๆ รูปปลั๊กสีเขียว คือสถานะแสดงการเชื่อมต่อออนไลต์ ซึ่งเป็นที่ Extract เนื้อความย่อยไปเก็บไว้

รูป 7 : แสดงให้เห็นแถบปลั๊ก เมื่อคลิ๊กจะแสดงสถานะยกเลิกการเชื่อมต่อเป็นปลั๊กสีแดงที่แยกออกจากกัน

5) หากเรามีหมวดหมู่เพิ่มที่ต้องการเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มโดย edit tags เพิ่มเข้าไปโดยเราจะได้สี Highlight ใหม่เพิ่มขึ้นคราวนี้ก็แล้วแต่แล้วละครับว่าเราจะจัดแบ่งหมวดหมู่ของใครของมันกันอย่างไร

รูป 8 : เข้าไปที่เมนู Note-o-rama ที่ Tool bar แล้วคลิ๊กที่ Edit tags

รูป 9 : จะเห็น Pop-Up Window เล็ก ๆ ขึ้นมา เราก็กด Add เข้าไปในที่นี้ผมจะ Add หัวข้อ Other(อื่น ๆ) เข้าไป ดังภาพที่ 10
รูปที่ 10 : จะเห็นตามหมายเลขกำกับที่ (4) และเลือกสี (5) ถ้าวันหลังเปลี่ยนใจลบออกก็แค่กดเครื่องหมายกากบาทก็จะลบหมวดนั้นออกไปแล้วครับ

6) หลังจากนั้นก็เปิด Website ที่เราอ่านประจำ ผมเลือกเอาบทความจาก eMedicine เรื่อง โรคกลัวน้ำ(Rabies) มาอ่านเป็นตัวอย่าง
รูปที่ 11 : บทความ Rabie จาก e-medicine
7) ให้เราเลือกแถบสีหมวดหมู่ที่จะอ่านเอาใจความสำคัญและลากแถบสี Highlight ข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บดังภาพที่ 12
รูปที่ 12 : แสดงการ Highlight ใจความสำคัญจนเสร็จหรือพอใจ

รูปที่ 13 : หากต้องการเพิ่มโน๊ตแบบ sticky ก็เพียงกด Double Clicks ไปยังข้อความที่ Highlight แต่ในเวอร์ชั่นเริ่มต้น ผมแนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษก่อน เพราะยังไม่เข้าใจภาษาไทย

8) ทำการ Extract ข้อมูลที่เราต้องการย่อไว้เข้าไปใน Source “Note-O-Rama” (สังเกตุปลั๊กต้องแสดงสถานะเชื่อมต่อ internet เรียบร้อย เป็นสีเขียวก่อน)

รูปที่ 14 : คลิ๊กที่แผง Go to my Quota เพื่อนำไปสู่การแสดงผลงานที่เราย่อไว้

9) หลังจากนั้น FireFox Browser จะเปิดหน้า Sources ของข้อมูลที่เราทำการอ่านย่อขึ้น
รูปที่ 15 : แสดงหน้ารวม หมวดข้อมูลและ link ของบทความที่อ่านอ้างอิงและย่อไว้หากต้องการดูก็ Click ที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าไปดูภายใน

10) ทำการบริหารจัดการข้อมูล ปรับแต่ง ชื่อเรื่อง คนเขียน บทความที่เราย่อไว้ ได้ทันทีโดยทำตามรูป (16-17)
รูปที่ 16 : บริหารจัดการบทความที่สร้างขึ้นโดย Double คลิ๊ก ที่แถบ “[edit]”

รูปที่ 17 : จะเห็นหัวข้อเรื่องปรับเปลี่ยนตามที่เราตั้งได้อย่างสอดคล้องและมี Link ของ Reference ให้ด้วย โดยสามารถ ย้อนกลับไปดูบทความที่เราป้ายสีไว้ได้ทันที


เนื้อหา ที่ย่อมา
"Rabies is a viral disease of the central nervous system (CNS); it is one of the oldest and most feared diseases reported in medical literature. Incidence of rabies is widespread throughout the world."
Information Technology พบมากในสัตว์หลายชนิด " human rabies in the United States has become very rare. However, with recent raccoon rabies epizootic in the United States and high transmissibility of the rabies virus by bats, a fear of reemergence of rabies in humans continues to exist"
  • In This Year, Thailand Report 8 cases that document definited diagnosis that diagnose as Rabies infection (sticky note)
Information Technology "bullet-shaped RNA viruses with an incubation period of 5 days to 1 year, with an average of 20-90 days"
Information Technology "genus Lyssavirus and the family Rhabdoviridae"
Information Technology "incubation period has been thought to be significantly longer than 1 year."
Information Technology "Susceptibility to infection appears to be related to several factors, including size of inoculum, size and depth of bite, and proximity to the CNS. "

รูปที่ 18 : หลังจาก double clicks ชื่อบทความ ก็จะแสดงตัวอย่าง เนื้อหาบทความที่เราย่อไว้โดยดึงเฉพาะส่วนสำคัญออกมา โดยส่วนที่เราเสริมความเห็นใน Sticky note จะเข้ามาด้วยในกรอบแดงอย่างที่แสดง (แต่ยังรองรับภาษาไทยไม่ดีมากนักสำหรับส่วน Sticky note นี้)

11) นอกจากนี้เราสามรถจัดหมวดหมู่โปรเจ็คภายในให้ง่ายต่อการดู ก็สามารถทำได้ดังนี้


รูปที่ 19 : ถ่าเราเป็นหนอนหนังสือที่อ่านหรือค้นข้อความผ่านเว็บไซด์เป็นประจำก็สามารถ จัดการตั้งหมวดหัวข้อใหญ่ ๆ เพื่อเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูลภายในได้โดยง่าย เช่น เราต้องการอ่านข้อมูลเกียวกับ Rabies หรือโรคกลัวน้ำ เพื่อมาทำรายงาน เราก็สามารถสร้างโปรเจ็ค Rables ใหม่ ขึ้นและ extract บทความที่อ่านย่อไว้ภายในภายหลังก็จะดูเป็นหมวดหมู่และมีระเบียบมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาฉบับนี้ ก็เป็นการนำเครื่องมือในการอ่านเอาใจความสำคัญมาช่วยสำหรับหนอนหนังสือทั้งหลาย นักเรียนหรือนักวิชาการที่ต้องการอ่านเอาใจความสำคัญจากเนื้อหาในเว็บไซด์ที่มีนื่อหาอยู่ค่อนข้างมากมายในช่วงยุคที่สารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ท่วมท้นนี้ นอกจากเป็นการลดโลกร้อนจากการลดการใช้กระดาษ แต่ยังไงเราก็ต้องรู้จักเลือกแหล่งอ้างอิงที่มาที่น่าชื่อถือได้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ

อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MSc. In ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University

Reference

1.note-o-rama : note - quote - analyse [Internet]. [cited 2010 Mar 19];Available from: http://www.note-o-rama.com/


2.Merlin MA. Rabies: eMedicine Emergency Medicine. 2009 May 11 [cited 2010 Mar 19];Available from: http://emedicine.medscape.com/article/785543-overview

3.ศักดา อาจองค์ . DR.SAKDA'S HEALTH ADVOCACY BLOG [Internet]. [cited 2010 Mar 19];Available from: http://arjong.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

เปิดขีดจำกัดการจำกัดความเร็วของ AirCard แบบง่าย ๆ

หลายคนคงสงสัยว่าที่ผมพูดถึงว่า AirCard นั้นคืออะไร ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนที่เราจะไปถึง Tip & Trick ในการทลายขีดจำกัดของความเร็วในการ Download/Upload internet กัน AirCard ก็คืออุปกรณ์โมเด็มอย่างหนึ่งเพื่อใช้เชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ (Laptop หรือ Desktop) ของเราเข้าสู่โลกไร้สายความเร็วสูง โดยผ่านโครงข่ายสัญญาณระบบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหมายความว่าในขณะที่เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่นั้น เรายังสามารถโทรศัพท์เข้า-ออก พร้อม ๆ กันไป ได้ในขณะเดียวกัน เพราะระบบโทรศัพท์มือถือจะมีการใช้ Cellsite เดียวกันแต่จะบริหารจัดการให้เราสามารถโทรศัพท์ได้โดยใช้สัญญาณที่ต่างช่องกันออกไป ดังนั้นหมายความว่าไม่ว่าเราจะนั่งรถ ลงเรื่อ ขึ้นรถไฟฟ้า ประชุมนอกสถานที่ ขอเพียงมีสัญญาณโทรศัพท์เราก็สามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่

แต่ปัญหาก็มีอยู่ครับ เพราะในปัจจุบันสนนราคา AirCard มีราคาถูกลงมากตั้งแต่ราคาไม่กี่พันจนถึงหมื่นบาท รวมทั้งพ่วงระบบ 3G เข้าไปด้วยอีก เวลาเราซื้อมาก็คาดหวังว่าจะเล่นระบบได้เร็ว ๆ แต่หลายคนก็พบกับเหตุการณ์คอตกไปตามกันทั้งที่ยอมซื้อมาแพง ๆ กลับเล่นอินตอร์เน็ตแต่ละทีกว่าจะ download-upload ก็หลับกันไปหลาย ๆ รอบกันเลยทีเดียว
สำหรับสำนักงานที่มีระบบ Wi-Fi ใช้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาถ้าระยะของ Hotspot ครอบคลุมพอ แต่สำหรับหลายๆ ท่านที่ใช้ internet แบบเป็นงานประจำ(ขาดไม่ได้)ไม่ว่าจะเป็นการเปิดอิเล็กโทรนิกเมลล์ สั่งงานทางอินเตอร์เน็ตทั้งในและนอกสถานที่มักนิยมซื้อหา AirCard ที่มี SIM Package Internet ของแต่ละเครือข่าย ที่แข่งกันแบบหายใจรดต้นคอกันมาใช้กันมากขึ้นในปัจจุบัน

1. ก่อนอื่นถ้าตัดสินใจจะซื้อ AirCard ซักตัวนอกจากจะสนใจเรื่องราคาไม่ให้หนักจนเกินไปแล้ว อาจต้องสนใจเครื่อข่ายของบริการเครือข่าย( Provider) ที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วยว่าอันไหนดี ไม่ดี เช่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ DTAC, TRUE, AIS, Hutch และอื่น ๆ ผมลยขอสรุป 5 ข้อหลักในการเลือกซื้อ AirCard ให้พวกเรารู้ก่อน เผื่อว่าอ่านบทความแล้วอาจอยากซื้อหามาใช้สักตัว

1.1. AirCard ที่เราจะเลือกซื้อควรที่จะรองรับระบบปฏิบัติการหลาย ๆ ระบบได้ เช่น Window 7, Window Vista, Window XP, Window 2000 หรือ Mac OS ที่นิยมใช้มากขึ้นในปัจจุบัน และการใช้งาน AirCard ว่าเป็นแบบใช้ช่อง USB หรือ PMCIA แล้วดูว่าเคื่องคอมพิวตอร์เรามีแบบไหน แต่ส่วนใหญ่นิยมเป็นแบบ USB ครับ เพราะเดี๋ยวนี้มีเกือบทุกเครื่อง
1.2. สามารถใช้งานกับเครือข่าย EDGE/GSM/UMTS รวมถึงความสามารถในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ ได้ในอนาคต
1.3. รองรับระบบ SIM ของเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีใช้ในบ้านเราเกือบทุกค่าย 850/1900/2100 3G, EDGE Class 12, GPRS Class 12
1.4. เลือกชนิดที่กินไฟน้อย ๆ ถ้าต้องการใช้กับโน๊ตบุ๊ค(Laptop) เพราะจะกินพลังงานแบตเตอรี่ทำให้ระยะเวลาใช้งานของโน๊ตบุ๊คเราสั้นลง(แบตเตอรีหมดเร็ว)

2. เมื่อติดตั้ง AirCard ตามคู่มือการติดตั้งของ AirCard แต่ละชนิดโดยต้องลงไดร์เวอร์และข้อมูลของเครือข่ายที่ใช้งานให้เรียบร้อยก็จะสามารถใช้งานได้ “ แต่บางครั้งทำไมเวลาใช้ Speed ที่แสดงจึงต่ำกว่าที่ควรจะเป็นทั้ง ๆ ที่เวลาเราซื้อจากผู้ขายแล้วก็ได้รับคำยืนยันว่าสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ความเร็วสูง ” คำตอบก็คือปัจจัยที่สำคัญสามประการสำหรับตอบปัญหาเหล่านี้

2.1. Provider หรือเครือข่ายของ SIM ที่เราใช้อยู่ให้ย่านความถี่มาเท่าไร เช่น 250 Kb/sec , 500 Kb/sec หรืออาจสูงถึง 1 Megabyte (MB)/sec ซึ่งยิ่งสูงก็ยิ่งเร็วมากขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ราว 500 Kb/sec(DTAC ถ้าเป็น TRUE ที่มีโปรมั่นจะต่ำกว่านี้)
2.2. ประสิทธิภาพของ AirCard แต่ละรุ่นว่าสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ความเร็วหรือ speed สูงที่สุดเท่าไร
2.3. การที่ default ของอุปกรณ์ AirCard หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเองตั้งค่าไว้ ซึ่งข้อที่สามนี้จะเป็นหัวข้อที่เราจะพูดกันวันนี้ซึ่งสามารถช่วยให้เราเล่น อินเตอรเน็ต upload-download ได้เต็มประสิทธิภาพ ได้ speed ที่สูงสุดดังต่อไปนี้

2.3.1. ใส่อุปกรณ์ AirCard เข้ากับเครื่องโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
2.3.2. ทำการเชื่อมต่อให้เรียบร้อย ซึ่งแล้วแต่โปรแกรมที่มาพร้อม AirCard ซึ่งปัจจุบันโดยส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับไดร์เวอร์ พร้อมกันในตัวและเก็บไว้ใน USB Drive เสร็จสรรพ ทำการเชื่อมต่อ หน้าตาโปรแกรมจะขึ้นกับแต่ละบริษัทนะครับ ยกตัวอย่าง เช่น
2.3.2.1. ชนิดของ Aircard, การใส่ SimCard และ การต่อเข้าคอมพิวเตอร์


2.3.2.2. เชื่อมต่อ(connect) โดย ในที่นี้ผมใช้ Vodafone Modem
2.3.2.3. จะปรากฏการเชื่อมต่อให้เห็น
2.3.3. เข้าไปที่ My Network Places หรือ ดับบเบิ้ลคลิ๊กที่ Icon บน Tray ด้านล่างของ Desktop ดังตัวอย่าง
หรือ

2.3.4. เข้าไปที่ View Network Connection แล้ว Double clicks
2.3.5. จะเห็นดังภาพ ให้ Double clicks อีกครั้ง ที่ AirCard เราเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งในที่นี้ผมเป็น EDGE
2.3.6. เมื่อ Double Clicks ที่ตรงนี้ หรือ บริเวณที่ Tray ด้านล่างของ Desktop bar จะเข้าสู่โหมดการเปิดขีดจำกัด AirCard ได้เหมือนกันครับ ดังจะเห็น
ของ Huawei 3G (ซึ่ง speed ตั้งต้นเริ่มต้นที่ 115.2 KB per second)

2.3.7. Click ไปที่ Properties
2.3.8. จะเห็น Modem Configuration ของ AirCard ให้ Double Clicks เข้าไป Set ค่า
2.3.9. จะแสดง Modem Configuration ในที่นี้ ได้ความเร็วที่ 460 KB/Second ซึ่งถือว่าเร็วพอสมควร เนื่องจาก Provider DTAC ที่ใช้ ให้ bandwidth มาสูงพอสมควร(ถ้าบาง Provider จะต่ำมาก)

2.3.10. เริ่มปรับเปลี่ยนความเร็วให้เข้าใกล้ 1 MB/Second ดังรูป โดยเลือ speed ที่ 921 KB/Second แล้วกด OK

2.3.11. กดยืนยันอีกครั้ง
2.3.12. หลังจากนั้น จะมีข้อความแจ้งว่าการเปลี่ยนแปลงของท่านจะเกิดผลขึ้นเมื่อท่านใช้ AirCard เชื่อมต่อในครั้งหน้าครับ

2.3.13. กดปิด (Close) อีกครั้ง
2.3.14. ครั้งหน้าเปิดเข้ามาใหม่ตามขั้นตอนเดิม 2.3.- ถึง 2.3.5 จะปรากฎ AirCard Status ที่เป็น High Speed เกือบ 1 MB/Second ดังรูปซึ่งทำให้ท่านสามารถเล่น internet , ส่งข้อมูลแบบ Upload หรือ Download ได้ไวมากขึ้นโดยไม่ติดขีดจำกัดขั้นต่ำครับ เพราะบาง AirCard setting ที่ตั้งเป็น Default นั้น เพียง 115 Kb/second เท่านั้นครับ(Huawei Mobile Broaband 3G ซึ่งแพง และช้ามาก) เรียกว่าอืดเป็นเต่าเลยทีเดียว โดยสังเกตุ speed ที่เปลี่ยนไปดังภาพ

วิธีการดังกล่าวที่ผมแนะนำมาจะช่วยให้ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ความรู้หากจะมองเลือกซื้อหา AirCard ซักตัว และสามารถใช้ AirCard เล่น Internet ได้คุ้ม สามารถทลายขีดจำกัดของความเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อ Aircard ตัวใหม่ ที่แพงกว่าให้เสียเงิน เสียเวลาครับ

อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS.ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Certificates in Pediatric Emergency Medicine,
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มาดูดคลิปจาก you tube ง่าย ๆ ไม่ต้องง้อโปรแกรม

มีหลาย ๆ คนถามมาว่า ช่วงนี้เข้าไปดูหลาย ๆ วิดีโอคลิปใน http://www.youtube.com กันเกือบทุกวัน เพราะเนื้อหามันทันใจ บางทีนอกจากจะสนุกสนานแล้ว ยังมีรูปแบบโฆษณา มิวสิควิดีโอใหม่ ๆ หรือมีเนื้อหาที่ให้ความรู้ คราวนี้ถ้าเราเกิดเราอยากจะดูดเก็บเอาไว้ดูส่วนตัวในยามว่าง ๆ ทำไงดี ถ้าไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับทำการดูดคลิป มาทางนี้เลยครับผมจะแนะนำโปรแกรมออนเว็บที่ใช้ง่าย ๆ และสามารถทำได้เครื่องไหนก็ได้ เพราะเป็นการเรียกใช้ผ่านเว็บ เพราะบางวันเราต้องการใช้คลิปอันนี้ แต่ดันไม่ได้เอาเครื่องโน๊ตบุ๊คมาด้วยซะนี่ หรือบางคนไม่อย่าลลงโปรแกรมให้เครื่องมันช้า สำหรับเว็บที่ใช้ในการดูดคลิปจาก Youtube หรือเว็บอื่น ๆ ก็ได้ด้วยนะครับ ปกติมีหลายตัว แต่ตัวที่ใช้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน มีชื่อว่า http://keepvid.com ครับ ตามมาดูกันเลย
1. เริ่มกันที่เราต้องเข้าไปที่ Web ไปที่ http://keepvid.com ดังภาพ หรืออาจ ค้นหาใน Google ก็ได้เช่นกันครับ
หน้าตามันจะง่าย ๆ ให้เราโหลดได้ทันใจนะครับ(คงหลักการเดียวกับ Google มั้งครับ ง่าย ๆ แต่เร็ว)

2. คราวนี้ให้เราเข้าไปเลือกเว็บไซด์ที่มีคลิป ผมยกตัวอย่างเป็นเว็บไซด์ youtube.com เป็นตัวอย่างนะครับ โดยเข้าไปที่ http://www.youtube.com
จะเห็นหน้าตาของเว็บไซต์ดังที่เห็น คราวนี้ต้องการเนื้อหาอะไรก็ใส่เข้าไปตามช่องที่ลูกศรชี้ไว้ อย่างผมอยากหาเรื่องรามาธิบดีก็ใส่เข้าไปดังรูปด้านล่าง
จะปรากฎ คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องมาให้เราเลือกดู
โอ้โฮ เยอะเหมือนกันแสดงว่าสื่อสารองค์กรได้ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารรามาธิบดีออกไปภายนอกพอสมควรทีเดียวครับ ดังตัวอย่างถ้าเราสนใจ CVMC Ramathibodi Part 1 ก็ ดับเบิ้ลคลิ๊กเข้าไป
จะปรากฎภาพของวิดีโอคลิปให้เรารอดู ให้สังเกตที่มุมบนขวาจะมีที่อยู่ URL ดังภาพให้เรา Copy เพื่อไป paste ใน Keepvid.com ต่อไป

3. นำเอา URL ที่ Copy มา Paste ลงใน ช่อง URL ของ KEEPVID ดังภาพ

เมื่อหาเจอ source ของวิดีโอคลิป(3) จะแสดงดังนี้ จากนั้นคลิ๊ก download (4) โดยไฟล์ที่ถูกจัดเก็บจะเป็นวิดีโอประเภทแฟลช ขนาด 320 x 240 Pixels ตรงนี้จะงงนิดเพราะบางคนหวังว่าจะ SAVE ได้เลย ไม่ใช่ครับ ให้มองด้านล่างจะเห็นแถบเขียว ๆ
4. จะปรากฎ Tool box มาถามว่าจะเปิดดูหรือจัดเก็บ ให้เราคลิ๊ก SAVE ไปไว้ใน Folder ที่ต้องการได้เลย
ในที่นี้ผมเลือกไปเก็บที่ My Documents
จะตั้งชื่อใหม่หรือไม่ก็ได้ครับ หลังจากนั้นรอระบบ Load ลงมาเก็บใน Folder ที่ต้องการ
5. ลองเปิด Files ที่ download เสร็จมาดูสามารถใช้ Program ดู video ที่รองรับ flash ดูได้เลยครับ สะดวกดี สามารถเอามาดูเมื่อไรก็ได้ครับ
6. เปิดดูด้วย VLC media ก็ได้ครับ เพราะเปิดได้ทุกชนิด

น่าจะเป็นทิปที่ดีใกล้ ๆ ช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นี้นะครับ เพื่อจะได้ไว้ใช้ดูดคลิปอวยพรปีใหม่สวย ๆ มาเก็บส่งต่อให้คนที่เรารักได้ง่าย ๆ ครับ Merry X’s mas & Happy New Year 2010 ทุก ๆ คนครับ

อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS.ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Certificates in Pediatric Emergency,
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มาออกเสียงสำเนียงอังกฤษ ให้ถูกต้องกันดีกว่าด้วย Online Dictionary & Pronunciation (Merriam Webster)

ฉบับนี้ติดพันเกี่ยวเนื่องมาจากฉบับก่อนครับ ตอนนี้ที่อเมริกาหนาวครับผู้เขียนเลยถือโอกาสเปลี่ยนรูป เปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย ก็ราว 4-14 อาศาเซลเซียสทีเดียวหนาวจนแทบจะอาบน้ำไม่ได้ โชคยังดีที่มีน้ำอุ่น ๆ ให้อาบครับ บทความนี้พอดีได้คุยกับคนที่มาโตในอเมริกาและพบปัญหาเรื่องการออกเสียงครับ หรือเขาเรียกว่า Pronunciation ครับ(ซึ่งจริง ๆ ผมก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันในขณะอยู่ที่นี่ ฝรั่งฟังเข้าใจครับ +55 เพราะเขาพยายามเข้าใจ แต่ยังไงสำนียงก็ไม่เหมือนอยู่ดี) สำหรับ Pronunciation class นั้นเป็นสิ่งซึ่งเราหาเรียนได้ยากในเมืองไทยจริง ๆ ก็เป็นเรื่องตลก ๆ นิดนึงครับเกี่ยวกับการออกเสียงของชื่อคนไทยเรานี่แหละครับ จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ซึ่งก็คือการนำเอาเทคโนโลยีด้านไอทีมาช่วยตรวจสอบการออกเสียงหรือถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือให้มันถูก accent นะครับ เอาหละเข้าเรื่องกันเลยที่มาก็คือ ชื่อครับ !! คนไทยที่มักมีชื่อว่า “พร” ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของชื่อ เรามักจะเขียนว่า “porn” ซึ่งก็ดูมันถูกต้องตรงตัวดี ในความคิดของคนไทยนะครับ แต่ฝรั่ง...ไม่ครับ มักได้ยินและอดยิ้ม ๆ แบบขำ ๆ ไม่ได้ เพราะคำว่า “porn” นั้นฝรั่งเขาแปลว่า……(อำไว้ก่อน...หนุ่ม ๆ จะคุ้นๆ กับคำนี้อยู่) ซึ่งถ้าคุณชื่อ “ ศุภาภรณ์ หรือ สุภาพร “ ด้วยแล้วถ้าออกเสียงตามประสาคนไทยที่ถูกบ้างผิดบ้าง ก็อาจทำให้ฝรั่งหัวเราะกลิ้งเลย เพราะมันจะไปคล้ายกับคำว่า Superporn เข้าลองคิดดูก็แล้วกันครับ ว่าคืออะไร กลับมาที่โปรแกรมหรือเทคโนโลยี่ที่ผมพูดถึงก็คือ webbase หรือ Website ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันครับ เพียงแต่เรารู้แหล่งที่ช่วยให้เรารู้ความหมายและออกเสียงให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้นครับ ถ้าสงสัย เปิดดูและหมั่นฝึกฝน Web ที่ว่านี้ก็คือ http://www.merriam-webster.com/ หรือย่อ ๆ พิมพ์ไปว่า http://www.m-w.com/ ก็สามารถเข้าถึงได้เช่นกันครับ เว็บไซด์นี้จะเป็นทั้ง Online Dictionary รวมถึงการออกเสียง แถมยังมี thesaurus ที่แสดงการเขียนตัวอย่างแบบรูปประโยค รวมถึงศัพท์ทางการแพทย์(Medical dictionary ) ด้วยครับ ดีไม่เบาเลยใช่ไหมครับ ?
1. เริ่มกันที่เราต้องเข้าไปที่ Web ไปที่ http://www.merriam-webster.com/ หรือ http://www.m-w.com/ ดังภาพ หรืออาจ ค้นหาใน Google ก็ได้เช่นกันครับ
พอเห็นแล้วทุกคนอาจจะรู้สึกเสียดายนิดที่มันแปลอังกฤษเป็นอังกฤษนะครับ แต่จะง่าย ๆ และได้ความรู้มากกว่าแปลอังกฤษ-ไทย ในความคิดส่วนตัวของผมเอง เพราะถ้าไม่รู้เราก็ต้องหาความหมายคำที่อธิบายเพิ่มต่อไปอีก คราวนี้เรามาหาคำว่า porn ดังที่ยกตัวอย่างละกัน
โดยกรอกตรง ๆ ดังนี้
แล้วก็กด Search ต่อครับ
2. ผลลัพธ์จะแสดงให้ดังที่เราเห็น

เมื่อเราคลิ๊กที่สัญญาลักษณ์ลำโพงสีแดงเล็ก ๆ โปรแกรมก็จะทำงานขึ้น pop up ให้เราเห็นและฟังสำเนียงการออกเสียงได้ทันที ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ได้
ซึ่ง Porn คำนี้จะมีความหมายเหมือน pornography ซึ่งเป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกแปลว่าหญิงให้บริการ (Prostitute) หรือ หนังสือหรือสื่อยั่วยุทางกามารมณ์ หรือ เว็บไซด์อนาจารหรือโป๊เปลือยก็เช่นเดียวกันครับ คราวนี้พอรู้ความหมายคงอดขำกับชื่อ Supaporn ที่อาจออกเสียงกันผิดบ่อย ๆ คล้าย Superporn อาจต้องเปลี่ยนชื่อหรือหาตัวสะกดอื่น ๆ กันล่ะครับที่นี้ มีหลายท่านแนะนำให้ใช้ Paun แต่เรารู้สึกขัด ๆ หลายคนอาจตัดใจเปลี่ยนไปเลยเพราะไม่อยากเป็น Super-porn นะครับ
3. ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็น กรอบเหลี่ยม ๆ ของ word click ในกรณีที่แปลคำที่แปลมาไม่ออกก็ให้ ดับเบิ้ลคลิกที่ตำแหน่งนั้นมันก็จะแปลต่อไปให้เราได้เลย แต่ต้อง check ใน radio check box เป็น on ดังภาพ

ก็จะแปลต่อให้เห็น
4. นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถค้นและฝึกออกเสียงไม่ว่าจะเป็น Medical term หรือกลุ่มคำใน Thesaurus ก็จะช่วยให้เราเห็นรูปประโยคและคำที่คล้ายๆ กันมากขึ้น
5. ที่แถมมาก็คือ Free Podcast สำหรับผู้ที่จะฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษกัน ก็สะดวกดีครับ ฉบับนี้คงแนะนำพอหอมปากหอมคอแค่เพียงเท่านี้ก่อน เพราะใกล้จะกลับเมืองไทย เต็มทนแล้วครับ งานกำลังยุ่งทีเดียว ฉบับหน้าผมจะมาต่อภาคสองให้ล่ะกัน โดยจะพูดถึง Visual Dict , Podcast และส่วนอื่นที่น่าสนใจ ๆ กัน ฝากการบ้านลองหาคำว่า Prostitute ว่าอ่านว่ายังไง ลองออกเสียงด้วยตนเองก่อนนะครับแล้วค่อย เปิดฟังว่าผิดหรือถูก

อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS. In ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University