แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ RPM magazine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ RPM magazine แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัติที่มาที่ไปของสัญญลักษณ์ที่เราพบบ่อย ๆ ในทางไอที

ที่มาที่ไปของสัญญลักษณ์ที่เราพบบ่อย ๆ ในทางไอที

จะมากล่าวถึงสัญญลักษณ์หลายอันที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันในยุคที่ไอทีเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างมากมาย ว่าเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์เหล่านี้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งคาดว่าหลาย ๆ คนอาจไม่ทราบ ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไปเสมอครับ ที่มาอาจจะเกิดจากการตั้งใจออกแบบเพื่อให้ใช้โดยตรง เกิดจาการหลีกหนีความจำเจที่พบอยู่ทุกวัน หรือมีที่มาโดยบังเอิญ หรืออาจไม่มีที่มาที่ไปเลยก็ได้ครับ ซึ่งต้องขอบอกที่มาบางอันอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ จะกล่าวให้เรารู้เป็นความรู้ทั่วไปสักห้าหรือหกสัญญลักษณ์เอาไว้เล่าหรือทายเพื่อน ๆ ร่วมงานหรือเอาไว้สอนเด็ก ๆ ในบ้านกันได้เลยนะครับ..

1.สัญญลักษณ์ Power.




สัญญลักษณ์นี้น่าขำที่ครั้งแรกเคยใช้เป็นสัญลักษณ์ของซองห่อถุงยางอนามัยของนิวยอร์ค (มีความหมาย คล้ายการมีพลังในการมีเพศสัมพันธุ์- as your power in bed symbol) หรือแม้กระทั่งถูกนำมาสกรีนบนเสื้อยืด และเมื่อนานมาแล้วในสมัยครั้งในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น วิศวกรท่านหนึ่งเอามาใช้แทนปุ่มเปิดปิด สำหรับสวิทช์ ซึ่งสัญลักษณ์จะมี “ศูนย์”กับ”หนึ่ง”ซ้อนกันอยู่ หนึ่งหมายถึงเปิด ศูนย์หมายถึงปิด ปี 2516 องค์กรนานาชาติ International Electrotechnical Commission ได้ปรับเปลี่ยนสัญลักษณืนิดหน่อยโดยการทำให้วงกลมแยกออกและใส่เส้นไว้ข้างในดังรูป เป็นการบอกว่ามีการเปิดวงจรไฟฟ้าอยู่ (standby power state) และก็ใช้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน จนกระทั่ง IEEE (ไอ-ทริป-เปิ้ล-อี) ได้มาสร้างเป็นมาตรฐานสัญลักษณ์ดังในปัจจุบัน


2.สัญญลักษณ์ Command

สัญลักษณ์นี้มีที่มาตรงที่ถ้าเราพอนึกออกในสถานะของวินโดว์ ก็มีปุ่มคล้าย ๆ กันแบบนี้แต่เป็นปุ่มเครื่องหมายวินโดว์(บานหน้าต่างเล็ก ๆ) แทน เนื่องมาจากอีตาสตีฟ จ๊อบ ผุ้บริหารของ Mc Intoch แกเป็นโรคขี้เบื่อเครื่องหมายลูกแอ๊ปเปิ้ล เพราะแสนจะเยอะไปหมดในผลิตภัณฑ์ของเขา ทีมงานของเขาจึงได้เลือกเอาสัญลักษณ์ รูปของต้นไม้หรือพรรณพืช ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เราเรียกว่า Gorgon loop หรือ infinite loop นั่นเอง ดังที่เราเห็นสัญลักษณ์คำสั่งนี้ (Command) บนเครื่องแมคอินท๊อชมาจวบจนถึงปัจจุบัน




3.สัญญลักษณ์ Bluetooth


ที่มาจากเรื่องเล่าในศตวรรษที่ 10 กษัตริย์ของเมืองแดนิส (Danish) ชื่อ Harald Blåtandนั้นมีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญเกียวกับเรื่องของ blueberry ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแกชอบกินหรือยังไงไม่ทราบเหมือนกัน แต่กล่าวกันว่าฟันอย่างน้อยซี่หนึ่งของเขามีสีน้ำเงินเคลือบติดแน่นอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเอามาโยงกันยังไงเหมือนกัน แต่ที่รู้พอดีกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ได้เริ่มผลิตออกมา ซึ่งตอนแรกมีลักษณะคล้าย ๆ ซี่ของฟันจริง ๆ ("teeth-like" shape) และแถมเป็นสีน้ำเงินอีกด้วย พอช่วงหลัง ๆ อุปกรณ์ชนิดนี้ถูกวางมาตรฐานให้ใช้ได้ร่วมกันในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งใน นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก จึงมีชื่อเรียกและใช้สัญลักษณ์ที่มองดูคล้าย ๆ รากฟันสีน้ำเงินมาจนถึงปัจจุบัน


4.สัญญลักษณ์ USB











เครื่องหมาย USB นั้นถ้าให้ทายกันคงคิดไม่ถึง แต่ก็เชื่อว่าทุกคนของบอกว่าช่างคิดจริง ๆ ลักษณะของสัญญลักษณ์ USB ถูกออกแบบให้คล้ายกับลักษณะของ สามง่ามของเทพโพไซดอน เสมือนการเชื่อมต่อได้หลาย ๆ ทาง ได้มีการพยายามออกแบบให้สื่อความหมายมากขึ้น โดยปลายต่อสามอันภายนอกเดิมจะเป็นปลายแหลม จึงได้ประยุกต์ออกแบบให้เป็นรูปแบบสามเหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง วงกลม เพื่อการสื่อความหมายว่าสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนปลายได้หลาย ๆ มาตรฐานนั่นเองและยังคงใช้เป็นมาตรฐานมาถึงทุกวันนี้เช่นกัน


5.สัญญลักษณ์ Play/Pause




ไม่ใช่เครื่องหมายที่อยู่บนคีย์บอร์ดโดยตรง โดยปกติจะอยู่บนเครื่องเล่นมีเดียชนิดต่าง ๆ ในการเล่นไฟล์เสียงหรือวิดีโอ ส่วนเครื่องหมาย pause นั้นน่าสนใจเพราะได้แนวความคิดในการออกแบบมาจาก เครื่องหมายทางดนตรี (musical notation) ที่มีชื่อว่า caesura เป็นการบอกว่าหยุดชั่วขณะหนึ่ง

6.สัญญลักษณ์ @ (at)

At or Ah @, สัญลักษณ์ที่มาแรงแซงโค้ง เรียกว่าใครเล่นอินเตอร์เน๊ต มีอีเมลล์ต้องรู้จัก บางทีที่เครื่องหมายนี้รู้จักกันไปทั่วในเวลาสั้น ๆ อาจเป็นเพราะที่มาที่มีความไม่ชัดเจนของเครื่องหมายนี้เอง ซึ่งรู้จักกันหลาย ๆ ชื่อ หลาย ๆ ลักษณะ แตกต่างกันไปในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เรียกสัญลักษณ์นี้ว่า the snail (หอยทาก), ในจีนเรียกว่า little mouse(หนู) และในเยอรมันเรียก monkey's tail (หางลิง) ซึ่งแล้วแต่ใครจะจินตนาการ บางคนเชื่อว่า @ เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่หก เมื่อพวกพระในอดีตสร้างคำว่า ad ในภาษาละติน (ซึ่งเป็นการบอกปี คริสตกาล) แต่ก็กลัวจะสับสนกับคำว่า "at" หรือ "toward" บางคนกล่าวว่าเป็นการออกแบบให้กับ Anno Domini หรือ ปีหลังการตายของพระเยซูคริสต์ (the years after the death of Christ).



อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MS.ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

Note-O-Rama โน๊ตย่อชั้นเซียนสำหรับหนอนหนังสือที่ชอบอ่านบทความผ่านเว็บไซต์

ฉบับนี้ขอนำเสนอ Add-ons ในโปแกรมจิ้งจอกไฟ (Firefox Browser) สำหรับช่วยพวกเราในการอ่านและเก็บใจความสำคัญ โดยวิธีไฮไลต์เนื้อหา คล้ายเวลาเราอ่านหนังสือแล้วเอาปากกาสะท้อนแสงขีด เพื่อไว้ทบทวน แต่ Add-ons Note-O-Rama นั้น ต่อยอดให้อีกโดยสามารถ Extract เนื้อหาที่เรา Highlight ไปสร้างเป็นโน๊ตย่อให้ใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการทบทวนภายหลัง ซึ่งสาวกจิ้งจอกไฟคงเฮ !!! เนื่องจากมี Add-ons ที่มีประโยชน์มาให้กันบ่อย ๆ ส่วนกลุ่ม IE Browser คงต้องรอไปก่อน แต่ไม่แน่ว่า IE 9 Browser ที่กำลังออกใหม่ อาจจะตอบโจทย์ข้อนี้ก็ได้ นะครับ

1) ขั้นต้นต้องเข้าใจก่อนว่า เราต้องใช้ Browser เป็น Firefox Browser เท่านั้น (สามารถไป download ได้ที่ link ใน: http://arjong.blogspot.com หรือที่ webside ของ firefox.com โดยตรงเลยก็ได้ครับ) หลังจาก download มาก็ลง install ตามขั้นตอนง่าย ๆ ตามที่โปรแกรมบอกขั้นตอนได้เลยครับ

2) สำหรับ Note-O-Rama นั้นเป็น Add-ons ของ FireFox Browser ครับ ในขณะนี้ ยังเป็น Experimental Add -ons โดยคนพัฒนาคือนาย Stephen butterfill ครับ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับรามาธิบดีเราแต่ประการใด ทั้งที่ชื่อ คล้าย ๆ กัน แต่ก็สามารถใช้ได้ดีครับถึงจะเป็นขั้นทดลอง เราสามารถ Download ตามขั้นตอนดังนี้

รูป 1 : ไปที่เมนูของ FireFox ไปที่ Tools แล้วเลือก Add-ons

รูป 2 : ไปที่ Get Add-ons ค้นหา “Note-O-Rama” แล้วนั่งรอครับ

รูป 3 : เป็นรูปของนาย Stephen Butterfill คนที่พัฒนา Add-ons ตัวนี้

รูป 4 : นั่งรอมาพักใหญ่ ก็จะขึ้นมาให้แสดงให้เราเพิ่ม Add-ons เราก็ดูว่ามัน Compatible กับ FireFox เวอร์ชั่นไหนบ้าง และ Add-ons นี้ ยังเป็นขั้นทดลองแต่ก็ใช้ได้ดีทีเดียวเพราะพัฒนามาราว 5 ปี แล้ว ก็ click ที่ Let me install Experimental Add-on เท่านั้นมาจะเข้าไปเป็น Add-ons ของ FireFox Browser อัตโนมัติ

3) ขั้นต่อไปให้เข้าไปลงทะเบียนก่อน(ต้องต่ออินเตอร์เน็ต) เพื่อใช้เป็นที่เก็บแหล่งข้อมูลที่เราอ่านแล้วย่อไว้ โดยเข้าไปที่ http://notes.note-o-rama.com/signup แล้วทำการลงทะเบียนครับตามเงื่อนไขง่าย ๆ

รูป 5: หน้า Webpage ในตอนลงทะเบียน Register เพื่อใช้สร้างแหล่งเก็บข้อมูลย่อ

4) บน Sub-Menu Bar หลังเรา Add-ons สำเร็จจะเห็น edit tag ที่สามารถเพิ่มและเลือกสี Highlight ให้เราแยกหมวดหมู่ได้ แต่คนที่ขี้เกียจแยกก็อาจไม่ต้อง เพิ่มเข้าไปก็ได้ครับ เพราะอาจงง

รูป 6 : แสดงแถบ Highlight ของ Note-O-Rama และข้าง ๆ ที่เห็นคล้าย ๆ รูปปลั๊กสีเขียว คือสถานะแสดงการเชื่อมต่อออนไลต์ ซึ่งเป็นที่ Extract เนื้อความย่อยไปเก็บไว้

รูป 7 : แสดงให้เห็นแถบปลั๊ก เมื่อคลิ๊กจะแสดงสถานะยกเลิกการเชื่อมต่อเป็นปลั๊กสีแดงที่แยกออกจากกัน

5) หากเรามีหมวดหมู่เพิ่มที่ต้องการเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มโดย edit tags เพิ่มเข้าไปโดยเราจะได้สี Highlight ใหม่เพิ่มขึ้นคราวนี้ก็แล้วแต่แล้วละครับว่าเราจะจัดแบ่งหมวดหมู่ของใครของมันกันอย่างไร

รูป 8 : เข้าไปที่เมนู Note-o-rama ที่ Tool bar แล้วคลิ๊กที่ Edit tags

รูป 9 : จะเห็น Pop-Up Window เล็ก ๆ ขึ้นมา เราก็กด Add เข้าไปในที่นี้ผมจะ Add หัวข้อ Other(อื่น ๆ) เข้าไป ดังภาพที่ 10
รูปที่ 10 : จะเห็นตามหมายเลขกำกับที่ (4) และเลือกสี (5) ถ้าวันหลังเปลี่ยนใจลบออกก็แค่กดเครื่องหมายกากบาทก็จะลบหมวดนั้นออกไปแล้วครับ

6) หลังจากนั้นก็เปิด Website ที่เราอ่านประจำ ผมเลือกเอาบทความจาก eMedicine เรื่อง โรคกลัวน้ำ(Rabies) มาอ่านเป็นตัวอย่าง
รูปที่ 11 : บทความ Rabie จาก e-medicine
7) ให้เราเลือกแถบสีหมวดหมู่ที่จะอ่านเอาใจความสำคัญและลากแถบสี Highlight ข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บดังภาพที่ 12
รูปที่ 12 : แสดงการ Highlight ใจความสำคัญจนเสร็จหรือพอใจ

รูปที่ 13 : หากต้องการเพิ่มโน๊ตแบบ sticky ก็เพียงกด Double Clicks ไปยังข้อความที่ Highlight แต่ในเวอร์ชั่นเริ่มต้น ผมแนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษก่อน เพราะยังไม่เข้าใจภาษาไทย

8) ทำการ Extract ข้อมูลที่เราต้องการย่อไว้เข้าไปใน Source “Note-O-Rama” (สังเกตุปลั๊กต้องแสดงสถานะเชื่อมต่อ internet เรียบร้อย เป็นสีเขียวก่อน)

รูปที่ 14 : คลิ๊กที่แผง Go to my Quota เพื่อนำไปสู่การแสดงผลงานที่เราย่อไว้

9) หลังจากนั้น FireFox Browser จะเปิดหน้า Sources ของข้อมูลที่เราทำการอ่านย่อขึ้น
รูปที่ 15 : แสดงหน้ารวม หมวดข้อมูลและ link ของบทความที่อ่านอ้างอิงและย่อไว้หากต้องการดูก็ Click ที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าไปดูภายใน

10) ทำการบริหารจัดการข้อมูล ปรับแต่ง ชื่อเรื่อง คนเขียน บทความที่เราย่อไว้ ได้ทันทีโดยทำตามรูป (16-17)
รูปที่ 16 : บริหารจัดการบทความที่สร้างขึ้นโดย Double คลิ๊ก ที่แถบ “[edit]”

รูปที่ 17 : จะเห็นหัวข้อเรื่องปรับเปลี่ยนตามที่เราตั้งได้อย่างสอดคล้องและมี Link ของ Reference ให้ด้วย โดยสามารถ ย้อนกลับไปดูบทความที่เราป้ายสีไว้ได้ทันที


เนื้อหา ที่ย่อมา
"Rabies is a viral disease of the central nervous system (CNS); it is one of the oldest and most feared diseases reported in medical literature. Incidence of rabies is widespread throughout the world."
Information Technology พบมากในสัตว์หลายชนิด " human rabies in the United States has become very rare. However, with recent raccoon rabies epizootic in the United States and high transmissibility of the rabies virus by bats, a fear of reemergence of rabies in humans continues to exist"
  • In This Year, Thailand Report 8 cases that document definited diagnosis that diagnose as Rabies infection (sticky note)
Information Technology "bullet-shaped RNA viruses with an incubation period of 5 days to 1 year, with an average of 20-90 days"
Information Technology "genus Lyssavirus and the family Rhabdoviridae"
Information Technology "incubation period has been thought to be significantly longer than 1 year."
Information Technology "Susceptibility to infection appears to be related to several factors, including size of inoculum, size and depth of bite, and proximity to the CNS. "

รูปที่ 18 : หลังจาก double clicks ชื่อบทความ ก็จะแสดงตัวอย่าง เนื้อหาบทความที่เราย่อไว้โดยดึงเฉพาะส่วนสำคัญออกมา โดยส่วนที่เราเสริมความเห็นใน Sticky note จะเข้ามาด้วยในกรอบแดงอย่างที่แสดง (แต่ยังรองรับภาษาไทยไม่ดีมากนักสำหรับส่วน Sticky note นี้)

11) นอกจากนี้เราสามรถจัดหมวดหมู่โปรเจ็คภายในให้ง่ายต่อการดู ก็สามารถทำได้ดังนี้


รูปที่ 19 : ถ่าเราเป็นหนอนหนังสือที่อ่านหรือค้นข้อความผ่านเว็บไซด์เป็นประจำก็สามารถ จัดการตั้งหมวดหัวข้อใหญ่ ๆ เพื่อเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูลภายในได้โดยง่าย เช่น เราต้องการอ่านข้อมูลเกียวกับ Rabies หรือโรคกลัวน้ำ เพื่อมาทำรายงาน เราก็สามารถสร้างโปรเจ็ค Rables ใหม่ ขึ้นและ extract บทความที่อ่านย่อไว้ภายในภายหลังก็จะดูเป็นหมวดหมู่และมีระเบียบมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาฉบับนี้ ก็เป็นการนำเครื่องมือในการอ่านเอาใจความสำคัญมาช่วยสำหรับหนอนหนังสือทั้งหลาย นักเรียนหรือนักวิชาการที่ต้องการอ่านเอาใจความสำคัญจากเนื้อหาในเว็บไซด์ที่มีนื่อหาอยู่ค่อนข้างมากมายในช่วงยุคที่สารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ท่วมท้นนี้ นอกจากเป็นการลดโลกร้อนจากการลดการใช้กระดาษ แต่ยังไงเราก็ต้องรู้จักเลือกแหล่งอ้างอิงที่มาที่น่าชื่อถือได้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ

อาจารย์นายแพทย์ ศักดา อาจองค์, พบ, บธบ.
SAKDA ARJ-ONG, MD, BBA, MSc. In ICT
PHD program of clinical epidemiology,
Pediatrist, Pediatric Cardiologist & Intervention Ped.Cardiology
Family physicians, Emergency physicians.
Emergency Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University

Reference

1.note-o-rama : note - quote - analyse [Internet]. [cited 2010 Mar 19];Available from: http://www.note-o-rama.com/


2.Merlin MA. Rabies: eMedicine Emergency Medicine. 2009 May 11 [cited 2010 Mar 19];Available from: http://emedicine.medscape.com/article/785543-overview

3.ศักดา อาจองค์ . DR.SAKDA'S HEALTH ADVOCACY BLOG [Internet]. [cited 2010 Mar 19];Available from: http://arjong.blogspot.com/